ลงทุนแบบทบต้น คืออะไร?

                “ลงทุนแบบทบต้น” เป็นการลงทุนที่นักลงทุนคุ้นชิน ว่ากันว่าเป็นการลงทุนที่เพิ่มพูนผลกำไรอย่างง่าย ๆ และมั่นคงที่สุด เพราะเป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนระยะยาว เหมาะสำหรับนักลงทุนทั้งมือใหม่และมือเก่า นอกจากนี้แล้วการลงทุนแบบทบต้น ไอสไตล์ยังยกให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลกด้วย อย่างกฎ 72 คือการลงทุนหรือการออม ที่ใช้เวลาในการทำเงินสร้างผลตอบแทนโตให้ขึ้น 2 เท่า โดยใช้ระยะเวลาหรืออัตราดอกเบี้ยมาคำนวณ ถ้าอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้เงินเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในระยะเวลาอันสั้น
                โดยกฎ 72 มีสูตรดังนี้ 72/อัตราผลตอบแทน = ระยะเวลา ยกตัวอย่างเช่น นายออมสินมีเงินออม 100,000 บาท ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนอยู่ที่ 2% แล้วนายออมสินต้องออมอีกกี่ปี? เงินออมจึงจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า = 200,000 บาท
นายออมสินต้องใช้เวลาทั้งหมด 36 ปี เป็นจำนวน 203,989 บาท
                แต่นายออมสินอยากออมเงินให้ได้ 200,000 ภายใน 8 ปี ต้องมองหาการลงทุนที่มีอัตราผลตอบแทนเท่าไร? ให้เอา 72 มาหารด้วยจำนวนปีที่ตั้งเป้าหมายไว้คือ 8 ปี ได้คำตอบ = 9 เพราะฉะนั้นนายออมสินต้องลงทุนที่ได้ผลตอบแทน 9% ต่อปี จะทำให้ภายใน 8 ปี นายออมสินจะมีเงินที่ 200,000 บาท
                ซึ่งผลตอบแทน 9% ถึง 12% ต่อปี หาได้ที่สมาร์ทฟินน์ ลงทุนรับซื้อฝากโดยมีอสังหาริมทรัพย์ค้ำประกัน ความเสี่ยงต่ำ ประเมินสินทรัพย์โดยบริษัทที่ได้รับการรับรองจาก กลต. เป็นทางเลือกการลงทุนที่ปลอดภัย
หลักกฎ 72 นี้ นักลงทุนมือใหม่และมือเก่าสามารถนำมาปรับใช้ในพอร์ตการลงทุนได้เพื่อให้ได้ผลตอบแทนเพิ่ม 2 เท่า ทั้งนี้กฎ 72 ของไอสไตล์มีความคล้ายการลงทุนแบบทบต้น ซึ่งเป็นการลงทุนที่ได้รับผลตอบแทนเพิ่ม 2 เท่า แล้วการลงทุนแบบทบต้นเป็นแบบไหน? เราจะพาไปทำความเข้าใจการลงทุนแบบทบต้นให้เข้าใจง่าย ๆ กันค่ะ
การลงทุนแบบทบต้น คืออะไร? คือการนำเงินต้น ทบดอกเบี้ยไปเรื่อย ๆ โดยไม่ถอนกำไรหรือดอกเบี้ยออกมาใช้ก็จะทำให้ผลตอบแทนทบไปเรื่อย ๆ
                การลงทุนแบบทบต้นต้องใช้ระยะเวลา เพราะระยะเวลาเป็นตัวแปรในการลงทุน ยิ่งลงทุนนาน ยิ่งได้กำไรมาทบทวีขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งการลงทุนแบบทบต้นขึ้นอยู่กับเงินลงทุนว่ามากน้อยแค่ไหน ผลตอบแทนเท่าไร และระยะเวลาในการลงทุน ตัวอย่างของการคิดดอกเบี้ยแบบทบต้น เช่น ดอกเบี้ยบัตรเครดิต แต่ในทางกลับกัน หากติดหนี้บัตรเครดิต และไม่ชำระเงินเลย หนี้จะกลายเป็น 2 เท่าทันที
                ยกตัวอย่างของการลงทุนแบบทบต้น
                นายขยันมีเงินทุน 100,000 บาท เลือกลงทุนแบบทบต้น ให้ดอกเบี้ยและกำไร 10% ต่อปี เป็นระยะเวลา 10 ปี เมื่อลงทุนครบตามระยะเวลาแล้วนายขยันได้รับเงินทั้งหมด 259,374 บาท โดยนายขยันไม่ถอนดอกเบี้ยหรือกำไรออกมาใช้เลย
สักบาท ผลตอบแทนจึงถูกนำมาคำนวณตามเปอร์เซ็นต์ของทุน ทำให้ได้ผลตอบแทน แจกแจงตามตาราง ดังนี้

ปีเงินลงทุน+ผลตอบแทนอัตราผลตอบแทน 10%
ปีที่ 1110,00010,000
ปีที่ 2121,00011,000
ปีที่ 3133,10012,100
ปีที่ 4146,41013,310
ปีที่ 5161,05114,641
ปีที่ 6177,15616,105
ปีที่ 7194,87117,715
ปีที่ 8214,35819,487
ปีที่ 9235,79421,436
ปีที่ 10259,34723,580

ข้อดีของการลงทุนแบบทบต้น
1.       ให้ผลตอบแทนคงที่
2.       สร้างผลตอบแทนให้มากกว่าการนำเงินวางไว้ในบัญชีออมทรัพย์
ข้อเสียของการลงทุนแบบทบต้น
1.       ต้องใช้ความอดทน เพราะใช้ระยะเวลานานกว่าจะเห็นผลตอบแทน
2.       ต้องใช้เงินทุน และมีวินัยสูง
3.       ไม่สามารถถอนออกมาใช้ได้
4.       ต้องเลือกลงทุนให้ถูกต้องด้วย (ปัจจุบันจะหาที่ ๆ ให้ผลตอบแทน 10% ที่ไม่เสี่ยง ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ)
เลือกลงทุนขายฝากดอกเบี้ยสูง
                การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ เหมาะสำหรับนักลงทุนมือใหม่ และคนที่ไม่ชอบเสี่ยง สมาร์ทฟินน์ช่องทางการลงทุนในระบบ เป็นแพลตฟอร์มขายฝาก มีอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทมาค้ำประกัน เช่น ที่ดิน บ้าน คอนโด อพาร์ทเมนท์ อาคารพาณิชย์ ทาว์นโฮม ทาว์นเฮาส์ โรงแรม ที่พักรีสอร์ท เป็นต้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุนที่ปลอดภัย ถูกต้องตามกฎหมาย ได้รับผลตอบแทนแน่นอน เพิ่มผลตอบแทนที่มากกว่าเงินฝาก ได้รับผลตอบแทนสม่ำเสมอ ผลตอบแทนมากกว่า